การพ่นสีระบบลม หรือ กาพ่นสี

29/06/2021 | 478

การพ่นสีระบบลม หรือ กาพ่นสี เป็นการพ่นสีช่วยให้ทำงานสีได้ง่าย สะดวก รวดเร็วกว่าการใช้แปรงหรือลูกกลิ้ง งานที่ได้ออกมาผิวจะเงางามเรียบเนียนสวย โดยถูกนำมาใช้งานทั้งในงานไม้ งานโลหะ และการพ่นสีรถยนต์ ส่วนใหญ่เป็นการพ่นภายในโรงงานเพราะการพ่นสีระบบลมมี การฟุ้งของสีสูง การปฏิบัติงาน จะต้องมี ส่วนประกอบต่างๆ คือ ปั้มลม Air compressor,ตัวปรับแรงดันลมและดักน้ำ Air control unit และ ปืนพ่นสี Air spray gun

ซึ่งปืนพ่นสีระบบลม ในปัจจุบันมีทั้ง แบบที่ใช้กับลมและไฟฟ้า อีกทั้งผู้ผลิตกาพ่นสี ระบบลม ได้มีการพัฒนา กาพ่นสี ให้ลดการฟุ้งของสีในระหว่างใช้งานลง และ ประสิทธิภาพการใช้งานสูงขึ้น โดย กาพ่นสีระบบลมทั่วไป หรือแบบ Conventional ต้องการความดันลมประมาณ 2.5-4 บาร์ ซึ่งจะมีการฟุ้งกระจายของละอองสีค่อนข้างมาก ต้องใช้พื้นที่ในการทำงานที่กว้าง ต่อมาก็มีการพัฒนาเป็น ระบบ กาพ่นสีแบบปริมาณลมสูงความดันต่ำ (High Volume Low Pressure หรือ HVLP) ใช้แรงดันลมต่ำกว่า 2 บาร์ ทำให้การฟุ้งกระจายของละอองสีน้อยลง

ผู้ผลิตได้แข่งขันกันพัฒนาปืนพ่นสีระบบลม โดย มีส่วนประกอบหลักของปืนพ่นสี คือ

                              

1.    ปุ่มปรับสเปรย์ (Fine adjustment button) ปุ่มปรับตัวบนจะหมุนปรับ ความกว้าง-แคบ ของรูปแบบการพ่น ,ปุ่มปรับตัวล่างจะปรับ ปริมาณสี ให้ปริมาณสีออกมาก-น้อย

2.    หัวลม-แอร์แค๊ป (Air cap) เป็นตัวปรับรูปแบบของสีที่พ่นออกมา เป็นแนวตั้ง-แนวนอนและ ขนาดของรูหัวฉีดสี มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 0.8-3.0 มม. งานที่ต้องการละอองสีเล็กๆ ความละเอียดสูง จะใช้รูหัวฉีดขนาด 0.8-1.3 มม. งานที่ต้องการความละเอียดปานกลางหรืองานทั่วๆไป จะใช้วฉีดขนาด 1.3-1.8 มม. และงานที่ต้องพ่นสีความเข้มข้นสูงก็จะใช้หัวฉีดขนาดประมาณ 2-2.5 มม.

3.    ไกปืน (Frigger) ผู้ผลิตมีการออกแบบให้ทำงานสบาย เช่น จับไก 2 นิ้ว ,จับไก 5 นิ้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ ปัจจุบัน จะเป็นไกปืน 2 จังหวะ คือกดครั้งแรกลมออก และครั้งที่ 2 สีออกมา

4.    ลำตัวปืนพ่น จะออกแบบให้เบาและใช้งานเข้ามือกับผู้ใช้

5.    จุดต่อสายลมและตัวปรับปริมาณลม

6.    จุดต่อสายสีเข้า หรือจุดต่อกระปุกสีตามแต่ชนิดของปืน


ประเภทของกาพ่นสีระบบลม แบ่งได้ 3 ประเภท คือ

               1.    กาพ่นสีแบบกาบน (Gravity Feed) ผู้ใช้งานจะเติมสีในกระปุกสีและขันเข้ากับปืนพ่นสี เมื่อใช้งาน กระปุกสีจะอยู่ด้านบน โดยใช้แรงโน้มถ่วงของโลกช่วยดึงสีลงมา เข้าสู่ปืนพ่น ปืนแบบนี้ เหมาะกับงานที่ใช้สีที่มีความหนืดสูง ทำให้สามารถใช้สีได้หมด การตกค้างของสีในกาน้อยลง ตัวอย่าง เช่น

FSTART G ปืนพ่นสีแอร์สเปรย์แบบกาบน ของ SAMES KREMLIN

ปืนพ่นสีอเนกประสงค์ที่ระดับราคาเริ่มต้น FStart G ใช้งานง่ายและรับประกันงานคุณภาพสูง

คุณลักษณะ

       ·        ราคาประหยัด

       ·        ใช้งานได้สะดวกสบาย

       ·        ดูแลรักษาง่าย​

ประสิทธิภาพ

1. สามารถปรับได้หลากหลายเพื่อให้ได้รูปแบบการพ่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกการใช้งาน

    ·        ได้คุณภาพจาก SAMES KREMLIN ในระดับราคาเริ่มต้น

    ·        ประสบการณ์ของ SAMES KREMLIN ใน Airspray ที่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2467 ทำให้มีการปรับปรุงคุณภาพมาตลอด

2. Aircap สามารถปรับได้ 360 องศา

3. สปริงแบบนุ่มทำให้การตอบสนองดีและลดการเมื่อยล้าในการเหนี่ยวไก

4. มีการออกแบบไกปืนใหม่เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ช่วยลดอาการบาดเจ็บนิ้ว

5. ปืนมีน้ำหนักเบาช่วยให้ทำงานได้นาน​

6. วัสดุทำจากอลูมิเนียม ทนทาน และ สะดวกในการทำความสะอาดและดูแลรักษา

7. พ่นสีได้ที้ง สี water-base หรือ solvent-base

8. มีทั้งระบบ HVLP และ Conventional ให้เลือก พ่นงานขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่

9. สามารถใช้ได้ทั้งผู้เริ่มต้นและมืออาชีพที่มีประสบการณ์

 

                 2. กาพ่นสีแบบกาล่าง (Suction Feed) เป็นกาพ่นสีที่มีตัวกาอยู่ด้านล่างของปืนตัวพ่นสี ใช้แรงดูดในการดูดสีขึ้นมาจากตัวกา โดยเหมาะกับงานพ่นสีอุตสาหกรรม เพราะตัวกาสามารถต่อกับถังสีได้โดยตรง ทำให้พ่นสีได้ต่อเนื่อง พ่นสีชิ้นงานจำนวนมากได้ดี ตัวอย่าง เช่น                                                       

FSTART S ปืนพ่นสีแอร์สเปรย์แบบกาล่าง

คุณลักษณะ

        ·        ราคาประหยัด

        ·        ใช้งานได้สะดวกสบาย

        ·        ดูแลรักษาง่าย

ประสิทธิภาพ

1. สามารถปรับรูปแบบการพ่นได้หลากหลายทำให้การพ่นสมบูรณ์แบบสำหรับทุกการใช้งาน

2. Aircap สามารถปรับได้ 360 องศา

3. สปริงแบบนุ่ม ตอบสนองดีและลดการเมื่อยล้าในการเหนี่ยวไก

4. การออกแบบไกปืนใหม่เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

5. ปืนมีน้ำหนักเบา เพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บ​

6. วัสดุอลูมิเนียมทำความสะอาดง่าย

7. ถ้วย Aircap อลูมิเนียมใช้ซ้ำได้พร้อมระบบล็อคที่ง่าย

8. ชุดบำรุงรักษาเพียงชุดเดียว ทำให้การสต๊อคอะไหล่ลดลง

9. พ่นสีที่ใช้สี water-base หรือ solvent-base ได้

10. มีทั้งระบบ HVLP และ Conventional ให้เลือกสามารถตอบสนองความต้องการของการพ่นขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่

11. สามารถใช้ได้ทั้งผู้เริ่มต้นและมืออาชีพที่มีประสบการณ์เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพสูงตามที่ต้องการ

Technology

Nozzle Size

Conventional

1.5 / 1.8

ตารางข้อมูลทางเทคนิค FSTART S ปืนพ่นสีแอร์สเปรย์แบบกาล่าง

คุณลักษณะของสินค้า

มูลค่า

หน่วย: เมตริก (US)

Maximum Fluid Pressure

6 (87)

bar (psi)

Maximum Air Pressure

6 (87)

bar (psi)

Maximum Fluid Temperature

50 (122)

°C (°F)

Air Inlet

M 1/4" NPS

Fluid Inlet

M 3/8" NPS

Stainless Steel, Aluminum Wetted Parts

Recommended CONV Air Pressure

2.5 (36) – 3.5 (51)

bar (psi)

Air Consumption CONV (at 2,5 - 3,5 bar / at 36 - 51 psi)

21.3 (12.5)

m3/h (cfm)

Trigger effort

16 (3.6)

N (lbs)

Paint Tank Capacity

1 (0.26)

l (gal)

Weight

402 (14.2)

g (oz)


                   3. ปืนพ่นสีแบบแรงดัน (Presure Air Spray) เป็นปืนพ่นสีระบบลม ใช้แรงดันจากปั๊มลมในการดันสีขึ้นมาจากถังสี โดยเหมาะกับงานพ่นสีอุตสาหกรรม เพราะตัวกาสามารถต่อกับถังสีได้โดยตรง ทำให้พ่นสีได้ต่อเนื่อง พ่นสีชิ้นงานจำนวนมากได้ดี ตัวอย่าง เช่น           

                                                                    

FSTART P ปืนพ่นสีแอร์สเปรย์แบบแรงดัน ของ SAMES KREMLIN

ปืนฉีด FStart P เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการพ่นวัสดุที่มีความหนืดต่ำถึงปานกลางในราคาระดับเริ่มต้นในขณะเดียวกันก็มั่นใจได้ว่าจะได้งานที่มีคุณภาพดี

คุณลักษณะ

      ·        ราคาประหยัด

      ·        ใช้งานได้สะดวกสบาย

      ·        ดูแลรักษาง่าย​

ประสิทธิภาพ

1. สามารถปรับได้หลากหลายเพื่อให้ได้รูปแบบการพ่นที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกการใช้งาน

2. Aircap สามารถปรับได้ 360 องศา

3. สปริงแบบนุ่มเพื่อการตอบสนองที่ดีและลดการเมื่อยล้าในการเหนี่ยวไก

4. การออกแบบไกปืนใหม่เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

5. ปืนฉีดพ่นด้วยมือที่มีน้ำหนักเบา เพื่อช่วยลดอาการบาดเจ็บ​

6. วัสดุที่ทำจากอลูมิเนียมเพื่อความสะดวกในการทำความสะอาดและดูแลรักษา

7. ชุดบำรุงรักษาเพียงชุดเดียวทำให้สต๊อคอะไหล่ลดลง​

8. พ่นสีที่ใช้สี water-base หรือ solvent-base ได้

9. มีทั้งระบบ HVLP และ Conventional ให้เลือกเพื่อตอบสนองความต้องการของการพ่นขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ 10. สามารถใช้ได้ทั้งผู้เริ่มต้นและมืออาชีพที่มีประสบการณ์เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพสูงตามที่ต้องการ

11. มีการออกแบบที่สะดวกสบายและเหมาะกับสรีระของผู้ใช้งานและเป็นปืนที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในระดับเดียวกัน

Technology

Nozzle Size

HVLP / Conventional

1.2 / 1.5 / 1.8


ตารางข้อมูลทางเทคนิค

คุณลักษณะของสินค้า

มูลค่า

หน่วย: เมตริก (US)

Maximum Fluid Pressure

6 (87)

bar (psi)

Maximum Air Pressure

6 (87)

bar (psi)

Air Inlet

M 1/4" NPS

Fluid Inlet

M 3/8" NPS

Stainless Steel, Aluminum Wetted Parts

Recommended CONV Air Pressure

2.5 (36) – 3.5 (51)

bar (psi)

Recommended HVLP/LVLP Air Pressure

1,5 (22) – 2,5 (36)

bar (psi)

Air Consumption CONV (at 2,5 - 3,5 bar / at 36 - 51 psi)

22.1 (13)

m3/h (cfm)

Air Consumption HVLP/LVLP (at 1,5 – 2,5 bar / at 22 – 36 psi)

19.4 (11.4)

m3/h (cfm)

Trigger effort

16 (3.6)

N (lbs)

Weight

402 (14.2)

g (oz)



ชนิดของสีที่ใช้พ่นชิ้นงาน

     ปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกกาพ่นสีแบบลมคือ ชนิดของสีที่ใช้พ่นชิ้นงาน ต้องดูว่ากาพ่นสีรุ่นนี้เหมาะกับสีชนิดใด สีน้ำ สีน้ำมัน สีทา สีย้อม สีแต้ม สีเคลือบ แลกเกอร์ สีที่มีความหนืด หรือแม้แต่ตัวทำละลายที่ใช้ผสมสีเป็นแบบไหน ใช้น้ำ ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ หรือตัวทำละลายที่มีความกัดกร่อนสูง เป็นต้น

ปั๊มลม

     ควรเลือกขนาดของถังเก็บลมและชนิดของปั๊มลม ให้เหมาะสม คือ

1. พ่นสีปริมาณน้อย ควรใช้ ปั๊มลมโรตารี่ ขนาด 30 หรือ 50 ลิตร เพราะปั๊มลมได้เร็ว ราคาไม่แพงมาก 

2. พ่นสีชิ้นงานหลายชิ้นต่อเนื่องกัน ควรใช้ปั๊มลมแบบสายพาน เพราะมีความทนทานมากกว่า และควรเลือกถังเก็บลมที่มีขนาดใหญ่ 60 ลิตร เพราะปั๊มลมแบบสายพานปั๊มลมค่อนข้างช้า

3. ถ้าต้องการความเงียบ ควรเลือกใช้ปั๊มลม Oil free ขนาด 30 หรือ 50 ลิตร ตามปริมาณชิ้นงานที่ต้องการพ่นสี

4. ถ้าพ่นสีชิ้นงานจำนวนมากๆ ก็ควรเลือกปั๊มลมขนาด 90 หรือ 160 ลิตร