ไฟ 3 เฟส และ ไฟ 1 เฟส กับการใช้เครื่องพ่นปูนฉาบ

26/05/2020 | 74

ไฟ 3 เฟส และ ไฟ 1 เฟส กับการใช้เครื่องพ่นปูนฉาบ

   ไฟฟ้าที่เราใช้งานกันทุกวันนี้เริ่มต้นจ่ายออกมาจากโรงไฟฟ้าโดยเป็นการจ่าย ไฟฟ้าแรงสูงซึ่งมีแรงดันไฟฟ้าระหว่างสายไฟฟ้าสูงเกิน1,000 โวลต์ ขึ้นไปทั้งนี้เพราะการส่ง กระแสไฟฟ้าไปในระยะทางไกลๆ จะมีการสูญเสียทางไฟฟ้า หากใช้ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำก็จะ ส่งได้ในระยะทางจำกัดไฟฟ้าแรงสูงมีแรงดันไฟฟ้าที่สูงมากเมื่อเทียบกับไฟฟ้าแรงต่ำที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านทั่วไป(220 โวลต์) ไฟฟ้าแรงสูงจึงสามารถที่จะกระโดดข้ามอากาศ หรือฉนวนไฟฟ้าเข้าหาวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตได้โดยไม่ต้องสัมผัสหรือแตะสายไฟ หากวัตถุนั้นอยู่ภายในระยะอันตรายที่ไฟฟ้าแรงสูงสามารถกระโดดข้ามได้ระยะอันตรายนี้จะขึ้นอยู่กับระดับแรงดันไฟฟ้าของไฟฟ้าแรงสูง โดยแรงดันยิ่งสูงระยะที่ไฟฟ้าสามารถกระโดดข้ามได้ก็จะยิ่งไกล ไฟฟ้าแรงสูงจึงมีอันตรายมาก
   สำหรับการใช้งานเรามีการใช้งานทั้งไฟ 3 เฟส และไฟ 1 เฟส เช่นงานก่อสร้างคอนโดมิเนียม ,งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ใช้ไฟ 3 เฟส,งานก่อสร้างบ้านพักอาศัย,งานก่อสร้างอาคารพาณิชย์ใช้ไฟ 1 เฟส เป็นต้น
    เมื่อไฟฟ้าแรงสูงส่งมาถึงแต่ละจังหวัดการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะมีสถานีไฟฟ้าซึ่งติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง หรือ Power Transformerจะทำหน้าที่เปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าให้ต่ำลงและลดขนาดกระแสในสายไฟลงให้เหมาะสมกับระบบไฟฟ้าจำหน่าย   
    ต่อจากนั้นผู้ใช้ไฟฟ้าจะต้องทาเรื่องขอใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าโดยการไฟฟ้าจะมีหม้อแปลงไฟฟ้าจำหน่าย หรือ Distributionr Transformer ที่ใช้งานทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ

   1.ระบบ1เฟส3สายมีใช้งาน4ขนาดคือ10,20,30,50 KVA
   2.ระบบ 3 เฟส 4 สาย มีหลายขนาด ได้แก่ 30,50,100,160,250,315,400,500,1000,1250,1500,2500KVA

           ระบบไฟฟ้านอกจากนี้จะเป็นการติดตั้งของผู้ใช้ไฟเฉพาะรายด้วยตัวเอง       

 ภาพนี้ คือ ระบบไฟ 3 เฟส

     โดย สาย L เรียกว่า “สายฮอตไลน์” หรือสายมีไฟนั่นเอง กับสาย N เรียกว่า “สายนิวทรัล” หรือสายแรงดันเฟส

     ระบบไฟ 3 เฟส จะมีสาย ฮอตไลน์ (L) 3เส้นเรียกว่าL1,L2,L3 แต่ละเส้นเมื่อวัดVolt หรือแรงดันไฟฟ้าเทียบกับสาย นิวทรัล (N) จะมีแรงดันไฟฟ้า 220 Volt โดยการไฟฟ้าจะดึงสายมีไฟหรือ (L) 3 เส้น กับสายนิวทรัล(N) 1เส้นมาผ่านมิเตอร์ไฟฟ้า 3 เฟส

     การวัดแรงดันไฟฟ้า ของระบบไฟ 3 เฟส หากวัดเทียบสาย ฮอตไลน์ (L)เป็นคู่ๆ คือ L1:L2,L1:L3,L2:L3 จะมีแรงดันไฟฟ้า Volt = 380 Volt จากสูตรดังนี้

     สูตร : ก าลังไฟฟ้า 3 เฟส Watt(W)= 1.732 x V x I x PF

     เนื่องจากการวัดด้วยมิเตอร์ ไม่มีกระแส และไม่มี PF คือการสูญเสียในวงจรดังนั้นจึงวัดได้ =1.732x220=381.04 Volt

ภาพนี้ คือ ระบบไฟ 1 เฟส หรือ Single เฟส

    ระบบไฟ 1 เฟส จะมีสาย ฮอตไลน์ (L) 1เส้นโดยเลือกเส้นใดเส้นหนึ่งมาเป็นสายฮอตไลน์ จะเลือก L1,L2,L3 เส้นใดเส้นหนึ่งก็ได้เมื่อวัดแรงดันไฟฟ้าเทียบกับสาย นิวทรัล (N)
จะมีแรงดันไฟฟ้า 220 Volt โดยการไฟฟ้าจะดึงสายมีไฟหรือ (L) 1เส้นกับสายนิวทรัล (N) 1 เส้น มาผ่านมิเตอร์ไฟฟ้า 1 เฟส

     การวัดแรงดันไฟฟ้า ของระบบไฟ 1 เฟส หากวัด ฮอตไลน์ (L)จะมีแรงดันไฟฟ้า Volt = 220 Volt จากสูตรดังนี้

     สูตร : กำลังไฟฟ้า 1 เฟส Watt(W) = V x I x PF

การใช้งานเครื่องพ่นปูนฉาบกับระบบไฟ 3 เฟส และไฟ 1 เฟส

     การใช้เครื่องพ่นปูนฉาบกับระบบไฟหน้างานก่อสร้างอาจพบปัญหาหลายอย่างจึงควรมีการดำเนินการ ดังนี้

1.ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแรงดันไฟฟ้าVolt และกระแสไฟฟ้า Amp.จากแหล่งจ่ายไฟเพียงพอกับความต้องการของเครื่องพ่นปูนฉาบ ดังนี้

   เครื่องพ่นปูน ไฟ 3 เฟส รุ่น Koine4

   เครื่องพ่นปูนไฟ 1 เฟส รุ่น Koine3

2.การต่อปลั๊กเครื่องฉาบปูนควรต่อกับแหล่งจ่ายไฟหลัก โดยสามารถสังเกตุไฟแสดงสถานะสีน้าเงินจะสว่างขึ้นเพื่อยืนยันว่าเครื่องกำลังเปิด พร้อมใช้งานหากแสงสีน้าเงินยังคงดับอยู่อาจมีปัญหาบางประการ
3.ตรวจสอบว่าการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและสายไฟฟ้าได้ทำผ่านตู้เบรคเกอร์และระบบฟิวส์
4.ขนาดของสายไฟ และความยาวของสายไฟ ต้องคำนึงถึงปริมาณกระแสไฟฟ้า เพื่อหลีกเลี่ยงแรงดันไฟฟ้าตกมากเกินไปโดยปกติ เครื่องพ่นปูนไฟ 3 เฟส จะให้สายไฟ ยาว 40 เมตร ขนาด และเครื่องพ่นปูนไฟ 1 เฟส จะให้สายไฟ ยาว 20 เมตร ขนาดสายทองแดง4 ตร.มม.
5.สายไฟที่ใช้กับเครื่องพ่นปูนฉาบควรเป็นสายไฟชนิดใช้งานกับเครื่องจักรเคลื่อนที่และสามารถป้องกันนน้ำท่วมขังได้เป็นอย่างดี เช่นประเภทH07RN-F
6.การใช้งานเพาเวอร์ปลั๊กควรตรวจสอบสภาพก่อนใช้เสมอและใช้ชนิดเพาเวอร์ปลั๊กที่เหมาะสมกับงาน
7.ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ความปลอดภัยทั้งหมดได้รับการติดตั้งอย่างสมบูรณ์เช่นตะแกรงเชื่อมต่อปลั๊กเครื่องฉาบปูนบนแผงไฟฟ้ากับแหล่งจ่ายไฟหลัก; ไฟแสดงสถานะสีน้าเงินจะสว่างขึ้นเพื่อระบุว่ากาลังเปิด (อ้างอิง2) หากแสงสีน้าเงินยังคงดับอยู่แรงดันไฟฟ้าเกิน 240V




บทความจาก PST Group
https://www.youtube.com/channel/UC29BiULmgDvqT8N17RIuM1